ตำนานป่าคำชะโชด

ตำนานป่าคำชะโนด

ป่าคำชะโนด

ป่าคำชะโนด

ป่าคำชะโนด หากเอ่ยถึงชื่อนี้ คงไม่มีใครที่ไม่รู้จัก แต่สถานที่แห่งได้เริ่มมีชื่อเสียงและเปนข่าวดังอย่างมาก โดยย้อนกลับไปเมื่อปี 2532 โดยเป็นข่าวครึกโครม จากการให้ข่าวของบริษัทหนังแห่งหนึ่ง ที่ไปตกลงรับจ้าง นำหนังไปฉายที่ดินแดนคำชะโนด จ.อุดรธานี โดยมีข้อแม้ว่าจะต้องทำการฉายตั้งแต่ 3 ทุ่ม ถึงแค่ ตี 4 เท่านั้น และเมื่อถึงตี 4 ก็ให้รีบเก็บข้าวของออกไปเลย ซึ่งบริษัทหนังก็ทำตามคำสั่งของผู้ว่าจ้างโดยไม่ขัดอะไร แต่ที่น่าแปลกคือระหว่างที่ฉายหนังนั้น ต่อให้เป็นหนังตลกหรือหนังแอคชั่น ใบหน้าของผู้เข้าชม ก็ไม่มีปฎิกริยาใด จนกระทั่ง ตี 4 คนหายไป ถือเป็นเรื่องที่น่าสงสัย กระทั่งขับรถออกมา ถึงหมู่บ้านตอนเช้า ก็แวะซื้อของที่ร้านอาหาร ชาวบ้านเขาก็ถามว่าไปฉายหนังที่ไหนมา เจ้าหน้าที่จึงบอกว่า ฉายในหมู่บ้านวังทอง แต่กลับได้รับคำยืนยันว่า ไม่มีหนังมาฉายในหมู่บ้านเลย เมื่อได้ไตร่ถามกันสักพัก ก็ทราบว่า สถานที่ไปนั้น เป็น ป่าคำชะโนด ซึ่งเป็นสถานที่ลึกลับตั้งอยู่ใกล้เมืองพญานาค และหมู่บ้านวังทอง แต่เมื่อกลับไปดูก็พบว่าเป็นไปไม่ได้เลย ที่บริเวณนั้น จะสามารถเข้าไปหรือจะสามารถตั้งฉายหนังได้ จึงบอกได้เลยว่าเป็นเรื่องที่น่าแปลก
และหลังจากนั้น ใน ปี 2550 ก็ได้มีการนำเค้าโครงเรื่องนี้ มาสร้างเป็นภาพยนต์ แต่ก็บอกได้เลยว่า มีความแตกต่างไปจากตำนานอย่างมาก และล่าสุด ป่าคำชะโนดได้เป็นที่นิยมและผู้คนมากมายก็หลั่งไหลไปกันมากขึ้นไปอีก เนื่องจากละคร นาดีที่ทำให้ พญานาคและป่าคำชะโนด กลับมาเป็นประแสอีกครั้ง แต่จะมีใครบ้างที่น่วงรู้ตำนานที่แท้จริงและเป็นตำนวนเก่าแก่ของ ป่าคำชะโนดแห่งนี้

ซึ่งตามตำนานโบราณนั้นกล่าวไว้ว่า บริเวณแห่งนี้ เป็นหนึ่งในประตูทั้ง 3 แห่ง ที่พญาศรีสุทโธ หรือ ท่านปู่ศรีสุทธโธ ได้ขอแกพระอินทร์ เพื่อจะนำไว้เป็นทางลงจากโลกมนุษย์ ไปสู่ เมืองบาดาล ส่วนอีกหนึ่งสาเหตุ ที่เรียกว่าป่าคำชะโนดนั้น เนื่องจากบรอเวณแห่งนี้ เป็นบริเวณที่มีต้นคำชะโนด ขึ้นอยู่เต็มเกาะ ซึ่งปัจจุบัน ได้มีการปรับปรุงพื้นที่ให้คนภายนอกได้มีโอกาศเข้าไปสักการะได้อย่างสะดวก ทั้งนี้ ผู้คนที่เคยเข้าไป ก็กล่าวเป้นเสียงเดียวกันว่า บริเวณแห่งนี้ เป็นบริเวณที่เป็นพื้นที่ศักดิ์สิทธิ์ บรรยากาศช่างแตกต่างจากภายนอก ซึ่งสถานที่แห่งนี้ เต็มไปได้ความร่มเย็น ความเงียบสงบ ที่บอกได้เลยว่า ผู้คนที่เข้าไป จะต้องเปลี่ยนกริยาท่าที ให้สงบตามกับสถานที่ นั่นก็เพื่อเป็นการไม่รบกวน ผู้ที่อยู่บนเกาะ และ เป็นการให้เกียรติสถานที่อีกด้วย